
ในทุกโครงการ Digital Transformation จะมีช่วงเวลาหนึ่งที่ทุกทีมต้องเผชิญ ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาที่แผนงานเริ่มไม่เป็นไปตามที่คาดไว้ Timeline เริ่มกดดัน และคำถามจากลูกค้าเริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และในช่วงเวลาแบบนั้น สิ่งที่ลูกค้าต้องการมากที่สุด ไม่ใช่แค่เทคโนโลยีที่ดีที่สุด แต่คือ ทีมที่พวกเขาเชื่อใจได้
ทีม .. ที่สามารถยืนอยู่ข้างลูกค้า
ทีม .. ที่อธิบายสถานการณ์อย่างตรงไปตรงมา
และทีม .. ที่นำพาโครงการไปข้างหน้าด้วยความมั่นใจ
สำหรับ เนทติเซนท์ นี่คือหัวใจของการเป็นที่ปรึกษาของเรา และนี่คือเหตุผลที่เราเชื่อว่า Transformation ที่แท้จริงเริ่มต้นจาก “คน”
แนวคิดนี้จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของกิจกรรมภายในองค์กรที่เรียกว่า NETIZEN Transformation Day
เมื่อการทำ Transformation ไม่ได้มีแค่เรื่องของระบบ
ในโลกธุรกิจปัจจุบัน การทำ Digital Transformation กลายเป็นเรื่องที่หลายองค์กรให้ความสำคัญอย่างมาก องค์กรจำนวนมากกำลังลงทุนในระบบ ERP, Cloud Technology หรือแพลตฟอร์มดิจิทัลใหม่ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ
แต่สำหรับ เนทติเซนท์ การเป็นที่ปรึกษาที่ทำงานอยู่กับโครงการ Transformation จริงๆ เรารู้ดีว่าความสำเร็จของโครงการไม่ได้เกิดจากเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือ วิธีการทำงานร่วมกันของทีม ความเข้าใจในธุรกิจของลูกค้า และความสามารถในการสร้างความเชื่อมั่นในระยะยาว

ในช่วงหนึ่งของกิจกรรม NETIZEN Transformation Day คุณนารถนภา ธารากิตติกุล – Chief Operation Officer ของ เนทติเซนท์ ได้สะท้อนมุมมองที่สำคัญเกี่ยวกับการทำงานในโลกของ Consulting ว่า
“แม้ลูกค้าอาจจำรายละเอียดของการประชุมหรือ Workshop ไม่ได้ทั้งหมด แต่สิ่งที่พวกเขาจะจดจำได้เสมอ คือ ประสบการณ์และความรู้สึกจากการทำงานร่วมกัน”
โดย คุณนารถนภา ได้ยกคำกล่าวของ Maya Angelou ที่สะท้อนความจริงของการทำงานกับผู้คนได้อย่างลึกซึ้งว่า
“People will forget what you said, people will forget what you did, but people will never forget how you made them feel.”
ซึ่งคำกล่าวนี้สะท้อนได้ถึงหัวใจของการเป็นที่ปรึกษาได้อย่างชัดเจน เพราะความเชื่อมั่นของลูกค้าไม่ได้เกิดจากเพียงความเชี่ยวชาญทางเทคนิคเท่านั้น แต่เกิดจาก ประสบการณ์ที่ลูกค้าได้รับจากการทำงานร่วมกับทีม
เมื่อโครงการมีความซับซ้อนมากขึ้น หลายโครงการต้องดำเนินไปพร้อมกัน และความคาดหวังของลูกค้าก็เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า ‘เราจะติดตั้งระบบได้สำเร็จหรือไม่’ แต่คือ ‘ลูกค้าจะจดจำทีมของเราอย่างไร’
คุณนารถนภายังกล่าวว่า เป้าหมายของทีม เนทติเซนท์ ต่อจากนี้จะไม่ได้เป็นเพียงผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ต้องการก้าวขึ้นไปเพื่อเป็น Trusted Partner ของลูกค้า ด้วยการเป็นทีมที่ทำงานด้วยความถ่อมตนในการเข้าใจลูกค้า รักษามาตรฐานความเป็นมืออาชีพในการส่งมอบงาน และมีความ Proactive ในการช่วยแก้ปัญหาให้กับองค์กรลูกค้า
เมื่อคุณสมบัติเหล่านี้รวมกัน สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพียงความสำเร็จของโครงการ แต่คือ Trust ความไว้วางใจที่เงินไม่สามารถซื้อได้ และเป็นสิ่งที่ทำให้ลูกค้าอยากเดินทางร่วมกับเราในระยะยาว ซึ่งนี่คือหัวใจสำคัญของการทำ Transformation ที่แท้จริง
Calm in the Chaos : เมื่อสถานการณ์ไม่เป็นไปตามแผน
หนึ่งใน Session ที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับทีมงานอย่างมาก คือหัวข้อ “Calm in the Chaos : Becoming the Professional Clients Trust in Any Situation”
เพราะในโลกของการทำโครงการ Digital Transformation โดยเฉพาะโครงการระบบระดับองค์กร สถานการณ์ที่ไม่คาดคิดสามารถเกิดขึ้นได้เสมอ บางครั้งอาจเป็นปัญหาทางเทคนิค บางครั้งอาจเป็นการเปลี่ยนแปลงของความต้องการทางธุรกิจ หรือบางครั้งอาจเป็นความคาดหวังของลูกค้าที่เพิ่มขึ้นในระหว่างโครงการ
สิ่งเหล่านี้ทำให้การทำงานในสาย Consulting ไม่ได้ต้องการเพียงความรู้ทางเทคนิคเท่านั้น แต่ยังต้องอาศัย ทักษะด้านการบริหารความสัมพันธ์ การสื่อสาร และการรับมือกับสถานการณ์ที่กดดันอย่างมืออาชีพ
ภายในงาน NETIZEN Transformation Day ในครั้งนี้ เนทติเซนท์ ยังได้รับเกียรติจาก คุณกรรณิมา อินทรครรชิต ผู้ที่มีประสบการณ์ทำงานในสายบริการลูกค้าระดับ High Tier มากกว่า 10 ปี มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์การทำงานจริงจากมุมมองของผู้ที่ต้องทำงานกับลูกค้ามาอย่างต่อเนื่อง

ใน Session “Calm in the Chaos : Becoming the Professional Clients Trust in Any Situation” คุณกรรณิมา ได้ถ่ายทอดบทเรียนสำคัญจากประสบการณ์การทำงานว่า ในสถานการณ์ที่โครงการเผชิญกับความท้าทาย สิ่งที่ลูกค้าต้องการมากที่สุดไม่ใช่เพียงคำอธิบายของปัญหา แต่คือ ความมั่นใจว่าทีมที่อยู่ตรงหน้าพร้อมที่จะรับผิดชอบและนำพาสถานการณ์ไปสู่ทางออก
เธอเน้นย้ำว่า ความเป็นมืออาชีพในงานบริการลูกค้าไม่ได้วัดจากวันที่ทุกอย่างเป็นไปตามแผน แต่ถูกพิสูจน์ในวันที่สถานการณ์ไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง ทีมที่สามารถรักษาความสงบในสถานการณ์ที่วุ่นวาย สื่อสารอย่างตรงไปตรงมา และแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจในการแก้ปัญหา คือทีมที่ลูกค้าจะจดจำและไว้วางใจในระยะยาว
Session นี้จึงไม่เพียงเป็นการแบ่งปันประสบการณ์จากผู้เชี่ยวชาญในสายงานบริการลูกค้าเท่านั้น แต่ยังเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงอีกหนึ่งทักษะสำคัญของการทำ Consulting นั่นคือ ความสามารถในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า แม้ในช่วงเวลาที่ท้าทายที่สุดของโครงการ
และอีกหนึ่งช่วงที่สำคัญของกิจกรรม NETIZEN Transformation Day ก็คือ กิจกรรม Workshop “What Transformation Means in My Team” ซึ่ง Session นี้ถูกออกแบบเพื่อเปิดพื้นที่ให้ทีมงานจากหลายฝ่ายได้สะท้อนมุมมองจากประสบการณ์จริงในการทำงานกับลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นบทเรียนจากโครงการที่ผ่านมา ความท้าทายที่ต้องเผชิญ หรือแนวคิดในการพัฒนาทีมเพื่อก้าวสู่การทำงานในระดับที่ซับซ้อนมากขึ้น

สำหรับช่วง Workshop นี้ นำโดย คุณกรรณิการ์ รุ่งคณาวุฒิ – Corporate Engagement Manager ของ เนทติเซนท์ ที่ชวนให้แต่ละทีมร่วมแบ่งปันมุมมองเกี่ยวกับการทำ Transformation ในบริบทของงานที่ตนเองรับผิดชอบ
จากบทสนทนาในช่วงนี้สะท้อนให้เห็นว่า แม้บทบาทของแต่ละทีมจะมีความแตกต่างกัน แต่สิ่งที่ทุกคนเห็นตรงกันจากการแลกเปลี่ยนครั้งนี้คือ Transformation ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของระบบหรือเทคโนโลยีเท่านั้น แต่คือกระบวนการทำงานที่ต้องอาศัยความร่วมมือของทีม ความเข้าใจในธุรกิจของลูกค้า และการเรียนรู้จากประสบการณ์จริงอย่างต่อเนื่อง
การสนทนาในช่วง Workshop จึงไม่เพียงเปิดมุมมองใหม่ให้กับทีมงาน แต่ยังช่วยสร้างความเข้าใจร่วมกันว่า การขับเคลื่อน Transformation ให้ประสบความสำเร็จ จำเป็นต้องอาศัยทั้ง Mindset ของการทำงานร่วมกัน ความใส่ใจต่อความต้องการของลูกค้า และการพัฒนาศักยภาพของทีมอย่างสม่ำเสมอ
และนี่คือแนวคิดที่ เนทติเซนท์ ยึดถือในการทำงานกับลูกค้าในทุกโครงการ เพราะเราเชื่อว่า Digital Transformation ที่ยั่งยืน ไม่ได้เกิดจากเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากทีมที่พร้อมเติบโตไปกับการเปลี่ยนแปลง
หากองค์กรของคุณกำลังมองหาพันธมิตรที่จะร่วมเดินทางในเส้นทางของ Digital Transformation เนทติเซนท์ พร้อมร่วม Transform ไปกับคุณ
สนใจติดต่อพวกเราได้ที่
TEL : 02-090-6868
EMAIL : [email protected]
LINE : @netizen

Leave a Reply