ความร่วมมือระหว่างผู้เชี่ยวชาญ SAP ในไทยกับแพลตฟอร์มนวัตกรรมจากประเทศนอร์เวย์ ช่วยให้ธุรกิจไทยพัฒนาแอปได้เร็วขึ้น พร้อมรักษาระบบหลักให้ไม่ซับซ้อน และพร้อมต่อยอดสู่อนาคต

โซลูชัน AI แบบ Low-Code/No-Code สำหรับ SAP ก้าวเข้าสู่ตลาดไทยอย่างเป็นทางการ เมื่อ บริษัท เนทติเซนท์ จำกัด (NETIZEN) พันธมิตรระดับ SAP Platinum Partner หนึ่งเดียวในไทยจากกลุ่ม UNITED VARS ผู้ให้บริการที่ปรึกษาและวางระบบ SAP ชั้นนำที่มีประสบการณ์กว่า 25 ปี ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Neptune Software ผู้พัฒนาแพลตฟอร์มจากประเทศนอร์เวย์ เปิดตัวโซลูชัน “AiBuild” พร้อมได้รับการแต่งตั้งให้เป็น พันธมิตรแต่เพียงผู้เดียวของ Neptune Software ในประเทศไทย
ทำไมองค์กรที่ใช้ SAP ถึงพัฒนาแอปได้ช้า
ทุกวันนี้ธุรกิจต้องการความเร็วในการปรับตัว ต้องการนำ AI มาใช้ให้ทันคู่แข่ง แต่เมื่อถึงเวลาลงมือพัฒนาแอปพลิเคชันหรือต่อยอดระบบ องค์กรจำนวนมากกลับเจอกำแพงเดิมๆ เช่น
รอบการพัฒนาที่ยาวนาน โครงการพัฒนาแอปบน SAP มักใช้เวลาหลายเดือน กว่าจะได้ใช้งานจริง ความต้องการทางธุรกิจก็เปลี่ยนไปแล้ว
การปรับแต่งระบบหลักที่ซับซ้อน การปรับแต่งระบบให้ตอบโจทย์เฉพาะทางธุรกิจ มักเพิ่มภาระในการดูแลระยะยาว และทำให้การอัปเกรดระบบแต่ละครั้งมีความเสี่ยงมากขึ้น
ทีมธุรกิจกับทีมเทคนิคทำงานคนละภาษา ขาดเครื่องมือกลางที่ทั้งสองฝ่ายใช้ร่วมกันได้ ทำให้การสื่อสารความต้องการเสียเวลาและเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน
ความท้าทายที่องค์กรทั่วโลกกำลังเผชิญ
ภายในงานเปิดตัว Laura Lenti รองประธานประจำภูมิภาค APAC และ EMEA ของ Neptune Software ได้ชี้ให้เห็นว่าสภาพแวดล้อมทางเทคโนโลยีที่กระจัดกระจาย และโซลูชัน AI ที่ผูกติดกับผู้ให้บริการรายใดรายหนึ่ง กำลังเป็นอุปสรรคต่อประสิทธิภาพและการมองเห็นภาพรวมขององค์กร
- ประสบการณ์ผู้ใช้ที่ไม่เชื่อมโยงกัน — ผู้ใช้ต้องทำงานผ่านกระบวนการและหน้าจอที่แยกส่วนจากกัน
- ระบบที่กระจัดกระจาย — แต่ละระบบทำงานแยกกันจนเกิด Silos ของข้อมูลและกระบวนการ
- ข้อจำกัดในการสร้างนวัตกรรม AI — Vendor Lock-in ทำให้ AI ถูกจำกัดอยู่เฉพาะบนแพลตฟอร์มของผู้ให้บริการแต่ละราย
- การทำงานของ Core ERP ที่ไม่เชื่อมต่อกัน — กระบวนการ ERP หลักขาดการบูรณาการที่ราบรื่น
- การอัปเดตข้อมูลแบบแมนนวล — การส่งข้อมูลกลับสู่ระบบหลักอย่าง SAP มักต้องอาศัยการทำด้วยมือ
- การมองเห็นภาพการดำเนินงานที่ล่าช้า — การสื่อสารระหว่างระบบที่ไม่ดี ทำให้ไม่เห็นข้อมูลเชิงลึกแบบเรียลไทม์

AiBuild คืออะไร
AiBuild คือแพลตฟอร์ม AI Low-Code/No-Code ที่ช่วยให้องค์กรพัฒนาแอปพลิเคชันทางธุรกิจและ AI Agent บนระบบ SAP ได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องเริ่มต้นจากศูนย์ และไม่ต้องปรับแต่ง SAP Standard Code
ซึ่งสิ่งที่ทำให้ AiBuild มีความแตกต่างคือ แพลตฟอร์มนี้ถูกออกแบบมาเพื่อ SAP ตั้งแต่ต้น ไม่ใช่การนำแพลตฟอร์ม Low-Code ทั่วไปมาปรับใช้กับ SAP ภายหลัง
ด้วยแนวทางที่เน้น “สร้างเร็วขึ้น ต่อยอด SAP ที่มีอยู่ และรักษา SAP Core ให้สะอาด (Clean Core)”
Clean Core คืออะไร และทำไมจึงสำคัญ
Clean Core คือแนวทางของ SAP ที่แนะนำให้องค์กรหลีกเลี่ยงการแก้ไขโค้ดในระบบหลัก (Core) แต่ให้พัฒนาส่วนต่อขยายไว้ภายนอกแทน
โดยมีเหตุผลคือ ทุกครั้งที่มีการ Customize ระบบหลัก องค์กรจะต้องแบกรับภาระในการทดสอบและแก้ไขใหม่ทุกครั้งที่อัปเกรด SAP ซึ่งกลายเป็นต้นทุนแฝงที่สะสมขึ้นเรื่อยๆ และเป็นสาเหตุที่หลายองค์กรลังเลที่จะอัปเกรดไปสู่ S/4HANA
แต่ AiBuild จะเข้ามาช่วยให้องค์กรพัฒนาแอปและต่อยอดความสามารถได้ โดยไม่แตะต้อง SAP Core จึงคงความพร้อมให้สามารถรองรับการอัปเกรดได้อยู่เสมอ
จุดเด่นที่ทำให้ AiBuild แตกต่างสำหรับลูกค้า SAP
- ออกแบบมาเพื่อ SAP โดยเฉพาะ ไม่ใช่การนำแพลตฟอร์ม Low-Code ทั่วไปมาปรับใช้ แต่สร้างขึ้นบนความเข้าใจสถาปัตยกรรม SAP ตั้งแต่แรก
- เชื่อมต่อ SAP ได้โดยตรง ผ่าน SAP APIs, Business Objects และระบบ Authorization โดยไม่ต้องใช้ Middleware เพิ่มเติม ลดความซับซ้อนและจุดที่อาจเกิดปัญหา
- ต่อยอด SAP โดยไม่กระทบ SAP Core รองรับแนวทาง Clean Core และช่วยลดความเสี่ยงในการอัปเกรดระบบในอนาคต
- ต่อยอดการลงทุนที่มีอยู่ ใช้ประโยชน์จาก SAP S/4HANA Cloud, RISE with SAP และ SAP BTP ได้เต็มประสิทธิภาพด้วยสถาปัตยกรรมแบบ SAP-Native
- รองรับมาตรฐานระดับองค์กร ครบทั้ง Security, Governance, Mobile Application และ Offline Capability

ประโยชน์ที่ธุรกิจได้รับ
- พัฒนาแอปได้เร็วขึ้น
ด้วยความสามารถ Low-Code/No-Code ที่ให้ผู้ใช้เปลี่ยนแนวคิดเป็นแอปพลิเคชันที่ใช้งานได้จริงภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ แทนที่จะเป็นเดือน
- ขับเคลื่อนด้วย AI
ผู้ใช้เพียงอธิบายความต้องการด้วยภาษาธรรมชาติ แล้วให้ AI ช่วยสร้างแอปพลิเคชันที่เชื่อมต่อกับ SAP พร้อมใช้งานได้ทันที รวมถึงการสร้าง AI Agent ที่โต้ตอบกับข้อมูลและกระบวนการทำงานบน SAP ได้แบบเรียลไทม์
- ใช้งานได้ทุกอุปกรณ์และรองรับ Offline
ด้วยโค้ดชุดเดียวที่ทำงานได้ทั้งบนเว็บและมือถือ พร้อมความสามารถทำงานแบบออฟไลน์สำหรับสภาพแวดล้อมที่การเชื่อมต่อไม่เสถียร เช่น โรงงาน คลังสินค้า หรือพื้นที่ภาคสนาม
- ต่อยอดจากทีมและทักษะที่มีอยู่
ทีมพัฒนาสามารถใช้ทักษะ ABAP และ SAP ที่มีอยู่เดิมได้ทันที ลดภาระการอัปสกิลและต้นทุนการสร้างระบบใหม่
ตัวอย่างการใช้งานจริงในองค์กร
AiBuild เหมาะกับหลายสถานการณ์ที่องค์กรผู้ใช้ SAP มักเจอ
- แอปสำหรับโรงงานและคลังสินค้า — หน้าจอทำรายการบนมือถือ รองรับการสแกนบาร์โค้ด ให้พนักงานหน้างานทำงานได้เร็วโดยไม่ต้องใช้หน้าจอ SAP แบบดั้งเดิม
- แอประบบอนุมัติและ Workflow — ผู้บริหารอนุมัติเอกสารได้จากมือถือทุกที่ ลดคอขวดในกระบวนการ
- พอร์ทัลสำหรับลูกค้าหรือคู่ค้า — เปิดให้เข้าถึงเฉพาะข้อมูลที่จำเป็น โดยไม่ต้องเปิดระบบ ERP ทั้งหมด
- ส่วนต่อขยายผ่าน API — เชื่อม SAP เข้ากับระบบอื่น ๆ ในองค์กรได้อย่างยืดหยุ่น
ผลลัพธ์ที่พิสูจน์แล้วในระดับสากล
ประสิทธิภาพของแพลตฟอร์มนี้ได้รับการพิสูจน์แล้วจากองค์กรระดับโลก
- Fonterra ประหยัดต้นทุนได้กว่า 3.2 ล้านยูโร ในปีแรก
- United Utilities พัฒนาแอปพลิเคชันได้เร็วขึ้น 40%
ปัจจุบัน Neptune DXP ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้ากว่า 850 องค์กร และผู้ใช้งานกว่า 4 ล้านคนทั่วโลก โดยเชื่อมโยงระบบทั้งบน SAP และนอก SAP เข้าด้วยกัน
การลงนามความร่วมมือ (MOU) อย่างเป็นทางการ
ภายในงานเปิดตัว ผู้บริหารจากทั้งเนทติเซนท์และ Neptune Software ได้ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อแสดงถึงความมุ่งมั่นในการทำงานร่วมกันอย่างเป็นทางการ และตอกย้ำความเชื่อมั่นในการนำโซลูชันระดับโลกมาสร้างคุณค่าให้กับธุรกิจไทยในระยะยาว

“เนทติเซนท์และ Neptune Software ร่วมมือกันเพื่อเร่งการทรานส์ฟอร์มสู่ดิจิทัลให้กับลูกค้า SAP ในประเทศไทย ด้วยการผสานความเชี่ยวชาญด้าน SAP Cloud ERP เข้ากับการพัฒนาแอปพลิเคชันองค์กรแบบ Low-Code และแอปพลิเคชันทางธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วย AI เราร่วมกันเสริมศักยภาพให้องค์กรสร้างสรรค์นวัตกรรมได้เร็วขึ้น พร้อมรักษาระบบ SAP หลักให้สะอาดและพร้อมสำหรับอนาคต”
คุณเสรี สาธุกิจชัย ประธานผู้บริหาร บริษัท เนทติเซนท์ จำกัด
“เราประทับใจอย่างยิ่งกับการทุ่มเทของเนทติเซนท์ในการเรียนรู้และพัฒนาบนแพลตฟอร์มของเรา ความมุ่งมั่นนี้ทำให้เรามั่นใจอย่างเต็มที่ว่าเราได้เลือกพันธมิตรที่ถูกต้องในการนำ Neptune เข้าสู่ตลาดประเทศไทยและวางรากฐานให้แข็งแกร่งในประเทศนี้ เราขอขอบคุณสำหรับความร่วมมือครั้งนี้ และตั้งตารอความร่วมมือที่ประสบความสำเร็จร่วมกันในระยะยาว”
Laura Lenti Vice President – APAC and EMEA, Neptune Software
มาตรฐานระดับโลก ผสานความเชี่ยวชาญในบริบทไทย
ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการผสานจุดแข็งของทั้งสองฝ่ายเข้าด้วยกัน — ความเชี่ยวชาญด้าน SAP Cloud ERP และความเข้าใจกระบวนการธุรกิจไทยของเนทติเซนท์ เข้ากับแพลตฟอร์มพัฒนาแอประดับองค์กรของ Neptune
ที่สะท้อนแนวคิด “มาตรฐานระดับโลก ผสานความเชี่ยวชาญในการปรับใช้ให้เข้ากับบริบทของไทย” (Global Standard + Local Execution Excellence)
คำถามที่พบบ่อย
AiBuild ต่างจากแพลตฟอร์ม Low-Code ทั่วไปอย่างไร
แพลตฟอร์ม Low-Code ทั่วไปออกแบบมาเพื่อการพัฒนาแอปในภาพกว้าง แล้วจึงเพิ่มการเชื่อมต่อ SAP ภายหลัง ซึ่งมักต้องพึ่ง Middleware ขณะที่ AiBuild ถูกออกแบบบนความเข้าใจสถาปัตยกรรม SAP ตั้งแต่ต้น จึงเข้าถึง SAP APIs, Business Objects และ Authorization ได้โดยตรง
ใช้ AiBuild แล้วต้องแก้ไข SAP Core หรือไม่
ไม่ต้อง – AiBuild ทำงานโดยไม่แตะต้อง SAP Standard Code จึงสอดคล้องกับแนวทาง Clean Core และไม่เพิ่มความเสี่ยงในการอัปเกรด
ทีมของเราต้องเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ทั้งหมดไหม
ไม่จำเป็น – ทีมสามารถต่อยอดจากทักษะ SAP และ ABAP ที่มีอยู่ได้ทันที ช่วยลดเวลาและต้นทุนในการอัปสกิล
รองรับ SAP เวอร์ชันใดบ้าง
รองรับทั้ง SAP S/4HANA Cloud, RISE with SAP และ SAP Business Technology Platform (SAP BTP) รวมถึงระบบ SAP เดิมอย่าง ECC
องค์กรขนาดใดที่เหมาะกับ AiBuild
เหมาะกับองค์กรที่ใช้ SAP อยู่แล้วและต้องการพัฒนาแอปหรือส่วนต่อขยายเพิ่มเติม โดยเฉพาะองค์กรที่มีความต้องการเฉพาะทางธุรกิจซึ่งระบบมาตรฐานยังตอบไม่ครบ
เริ่มต้นกับ AiBuild
หากองค์กรของคุณกำลังมองหาวิธีพัฒนาแอปพลิเคชันบน SAP ให้เร็วขึ้น หรือต้องการนำ AI มาใช้กับกระบวนการทางธุรกิจโดยไม่เพิ่มความซับซ้อนให้ระบบ ทีมผู้เชี่ยวชาญของเนทติเซนท์พร้อมให้คำปรึกษา
อีเมล : [email protected]
โทร : 02-090-6868

Leave a Reply