จากวันลงนามที่โรงงานแหลมฉบัง สู่วันที่ระบบ ERP ระดับ Enterprise ทำงานจริง — เนทติเซนท์ถ่ายทอดเบื้องหลังการเดินทางของโครงการ NETIZEN Peony ร่วมกับ A.J. Plast บริษัทผู้ผลิตฟิล์มพลาสติกชั้นนำของเอเชีย

เมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2569 เป็นอีกหนึ่งวันที่ เนทติเซนท์ รอคอยมาตลอดช่วงเวลาของโครงการ เมื่อระบบ SAP S/4HANA Cloud Public Edition Version NETIZEN Peony ของ บริษัท เอ.เจ.พลาสท์ จำกัด (มหาชน) ได้เริ่มใช้งานอย่างเป็นทางการ นับเป็นการปิดฉากขั้นตอน Implementation และ เปิดประตูสู่การดำเนินธุรกิจบน ERP ระดับ Enterprise อย่างแท้จริง
สำหรับ เนทติเซนท์ โครงการนี้ไม่ใช่เพียงการติดตั้งซอฟต์แวร์ แต่คือการทำงานในฐานะ พาร์ทเนอร์ ที่เข้าใจธุรกิจจริงของ เอ.เจ.พลาสท์ ตั้งแต่กระบวนการผลิตฟิล์ม BOPP, BOPA และ BOPET ที่ซับซ้อน ไปจนถึงการส่งออกสินค้าไปยังตลาดนานาชาติที่มีข้อกำหนดทางกฎหมายแตกต่างกัน
จุดเริ่มต้นของความสำเร็จในวันนี้
ก่อนที่จะเดินทางมาถึงวันนี้ ทุกอย่างได้เริ่มต้นขึ้น เมื่อวันพุธที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2568 เมื่อ เนทติเซนท์ และ เอ.เจ.พลาสท์ ได้ร่วมกันลงนามความร่วมมือ ณ โรงงานแหลมฉบัง โดยมีผู้บริหารระดับสูงจากทั้งสองฝ่าย และตัวแทนจาก SAP ร่วมเป็นสักขีพยาน และความไว้วางใจในครั้งนั้นคือรากฐานที่ทำให้โครงการเดินหน้าได้อย่างมั่นคง
“เราเชื่อในความเชี่ยวชาญของเนทติเซนท์ ธุรกิจของเรามีความซับซ้อนและกำลังเผชิญกับแรงกดดันทางด้าน Digital การนำระบบ NETIZEN Peony มาใช้จะช่วยลดงานซ้ำซ้อน และเปิดโอกาสให้ทีมงานมีเวลาพัฒนาการทำงานในด้านอื่นๆ รวมถึงสามารถใช้ข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์และต่อยอดธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ”
คุณ โสณณัฑฒณัณฐ์ ศรีจันดี, Assistant Managing Director, บริษัท เอ.เจ.พลาสท์ จำกัด (มหาชน)
ความท้าทายที่เนทติเซนท์เผชิญร่วมกับลูกค้า
ตลอดช่วงเวลาของโครงการ เนทติเซนท์ และ เอ.เจ.พลาสท์ ได้ร่วมกันรับมือกับความท้าทายใน 4 มิติหลัก ซึ่งแต่ละด้านต้องอาศัยทั้งความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง และการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถออกแบบ และพัฒนาโซลูชันที่ตอบโจทย์ธุรกิจได้อย่างเหมาะสม
Public Company Compliance ระดับตลาดหลักทรัพย์
ในฐานะบริษัทจดทะเบียน เอ.เจ.พลาสท์ ได้ให้ความสำคัญกับความถูกต้อง โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ในทุกมิติของการดำเนินงาน โดย เนทติเซนท์ ได้ร่วมทำงานอย่างใกล้ชิดในการออกแบบโครงสร้างระบบให้รองรับทั้ง Audit Trail, Internal Control และ Financial Reporting
ซึ่งการดำเนินงานนี้ไม่เพียงเพื่อให้ผ่านข้อกำหนดเท่านั้น แต่ยังช่วยยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการข้อมูลและการตรวจสอบภายใน ให้สามารถรองรับการเติบโตขององค์กรในระยะยาวได้อย่างมั่นคง
Migration จาก SAP Business One มากกว่าการย้ายข้อมูล
การเปลี่ยนผ่านจาก SAP Business One สู่ S/4HANA ในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการย้ายข้อมูลจากระบบเดิม แต่เป็นโอกาสในการ “จัดระเบียบข้อมูลใหม่ทั้งระบบ”
โดยทั้งสองทีมได้ร่วมกันออกแบบ Data Mapping ใหม่ ช่วยยกระดับ Data Quality และปรับกระบวนการทำงานให้สอดคล้องกับ SAP Best Practice ซึ่งช่วยลดความซับซ้อนของข้อมูลเดิม และวางรากฐานให้ระบบสามารถรองรับการวิเคราะห์ข้อมูล การตัดสินใจ และการขยายธุรกิจในอนาคตได้ดียิ่งขึ้น
ธุรกิจส่งออกที่มีความซับซ้อน
ด้วยลักษณะธุรกิจที่ครอบคลุมหลายประเทศ การดำเนินงานของ เอ.เจ.พลาสท์ ต้องรองรับทั้งความแตกต่างด้านกฎระเบียบ การเงิน และรูปแบบเอกสารในแต่ละตลาด
ทีมงานจึงได้ร่วมกันออกแบบกระบวนการทำงานที่สามารถบริหารจัดการความซับซ้อนเหล่านี้ได้อย่างเป็นระบบ พร้อมสร้างความเชื่อมโยงของข้อมูลตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง เพื่อให้ทุกฝ่ายสามารถมองเห็นภาพรวมของธุรกิจได้ชัดเจน และดำเนินงานได้อย่างราบรื่นภายใต้ระบบเดียว
Production Planning & Costing แบบ End-to-End
ในด้านของการผลิต ทั้งสองทีมได้ร่วมกันพัฒนาแนวทางที่ครอบคลุมตั้งแต่การวางแผนการผลิต การติดตาม Work in Process (WIP) ไปจนถึงการคำนวณต้นทุนในทุกขั้นตอน
โดยออกแบบให้ระบบสามารถสะท้อนการทำงานจริงในระดับ Shop Floor ช่วยให้ผู้บริหารสามารถมองเห็นต้นทุน ควบคุมประสิทธิภาพการผลิต และตัดสินใจได้อย่างมีข้อมูลรองรับในทุกช่วงของกระบวนการ
“ที่ เนทติเซนท์ เราไม่ได้ทำแค่การติดตั้งซอฟต์แวร์
แต่เราทำงานร่วมกับลูกค้าในฐานะ ‘พันธมิตร’ ที่ช่วยวิเคราะห์ธุรกิจจริงๆ
เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ใช้ได้จริง”
ทำไมต้องเป็น SAP S/4HANA Public Cloud Version NETIZEN Peony
จากมุมมองของ เนทติเซนท์ การแนะนำ SAP S/4HANA Public Cloud ให้กับทาง เอ.เจ.พลาสท์ เป็นการตัดสินใจที่สอดคล้องกับแนวทาง GROW with SAP ซึ่งออกแบบมาเพื่อให้องค์กรที่เติบโตเร็วสามารถเริ่มต้นบน Cloud ได้อย่างรวดเร็ว ใช้ Best Practice จากอุตสาหกรรม และขยายธุรกิจได้อย่างยืดหยุ่น
และสำหรับบริษัทจดทะเบียนที่มีการผลิตและส่งออกระดับภูมิภาค การนำ SAP S/4HANA Public Cloud Version NETIZEN Peony มาใช้งาน จะทำให้บริษัทได้ทั้ง Real-time Financial Reporting ระบบ Multi-currency ที่ครอบคลุม และ Production Planning ที่รองรับสายการผลิตซับซ้อน โดยไม่ต้องแบกรับภาระด้านโครงสร้างพื้นฐาน IT และได้รับนวัตกรรมใหม่จาก SAP อย่างต่อเนื่อง
“หัวใจของโครงการนี้ คือทีมงาน เอ.เจ.พลาสท์ และ เนทติเซนท์ ที่เข้าใจระบบและกระบวนการทำงาน SAP มี AI และนวัตกรรมที่อัปเดตตลอดเวลา ไม่ได้มาแทนที่คน แต่ช่วยให้คนทำงานกับเทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ”
คุณนพดล เจริญทอง, Head of Corporate, SAP Indochina
สุดท้ายนี้ วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2568 ไม่ใช่จุดสิ้นสุด แต่คือจุดเริ่มต้นของบทใหม่สำหรับ เอ.เจ.พลาสท์ ในการเป็น Smart Enterprise ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและเทคโนโลยี สำหรับ เนทติเซนท์ ความสำเร็จของโครงการนี้ยืนยันอีกครั้งว่าการเป็นพาร์ทเนอร์ที่แท้จริง — ไม่ใช่เพียงผู้รับจ้าง — แต่คือหัวใจของทุกโครงการที่เราดำเนินการ

Leave a Reply