เคยไหม .. ใช้ระบบ SAP อยู่ทุกวัน แต่รู้สึกว่าหน้าจอยังไม่ตอบโจทย์การทำงานจริง บางฟิลด์ไม่เคยใช้ แต่ต้องเห็นทุกครั้ง บางข้อมูลสำคัญกลับต้องคลิกหลายขั้นกว่าจะเจอ
ถ้าหน้าจอ SAP ปรับให้ “เข้ากับคนทำงานจริง” ได้มากกว่านี้ การทำงานในแต่ละวันก็น่าจะง่ายและเร็วขึ้นไม่น้อย
และนี่คือสิ่งที่ SAP Fiori ในยุคใหม่ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหานี้โดยเฉพาะ
จากระบบมาตรฐาน สู่หน้าจอที่ออกแบบเพื่อผู้ใช้จริง
SAP Fiori คือหน้าตาของระบบ SAP เป็นจุดที่ผู้ใช้ทุกบทบาทต้องเข้ามาทำงาน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายบัญชี โลจิสติกส์ ฝ่ายขาย หรือผู้บริหาร
ในอดีต การปรับหน้าจอระบบมักเป็นเรื่องของนักพัฒนา ต้องเขียนโค้ด ต้องรอรอบพัฒนา และมักใช้เวลานาน แต่ในโลกของ SAP Fiori วันนี้ การ “ปรับแต่งหน้าจอ” ไม่ได้เป็นเรื่องของ Developer เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป
ด้วย UI Adaptation at Runtime หรือ RTA เครื่องมือที่เปิดโอกาสให้ Key User สามารถปรับแต่งหน้าจอ SAP Fiori App ได้ด้วยตัวเอง ผ่านหน้า Fiori Launchpad โดยตรง ไม่ต้องเขียนโค้ด ไม่ต้องแก้ Core ของระบบ และสามารถเห็นผลลัพธ์ได้ทันที
ซึ่งแนวคิดของ RTA คือ ให้คนที่เข้าใจงานจริงที่สุด เป็นคนออกแบบหน้าจอให้เหมาะกับการทำงานของตัวเอง
RTA ช่วยปรับอะไรได้บ้าง

เมื่อเข้าสู่โหมด Adaptation ทาง Key User สามารถปรับหน้าจอ Fiori App ได้หลายรูปแบบ เช่น
- ซ่อนหรือแสดงฟิลด์ให้เหลือเฉพาะข้อมูลที่จำเป็น
- ย้ายตำแหน่งคอลัมน์ให้สอดคล้องกับขั้นตอนการทำงาน
- เพิ่มส่วนแสดงข้อมูล (Section) ใหม่
- ปรับชื่อ Label ให้เข้าใจง่ายขึ้น
- จัด Layout ให้หน้าจอดูเป็นระเบียบและใช้งานสะดวก
ผลลัพธ์ที่ได้คือ ผู้ใช้ไม่ต้องเสียเวลากับข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้อง ลดความสับสน และทำงานได้รวดเร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
การทำงานร่วมกันของ Key User และ IT
แม้ Key User จะสามารถปรับแต่งหน้าจอได้เอง แต่ระบบยังคงมีโครงสร้างการควบคุมที่ชัดเจนระหว่างการทำงานร่วมกันของ Key User และ IT โดย Key User มีสิทธิในการออกแบบและบันทึกการปรับแต่ง และ ทีม IT หรือ Customer Developer จะยังคงมีหน้าที่ในการ Deploy, Update หรือ Delete รวมถึงการส่ง Transport ไปยังระบบอื่น เช่น QA หรือ Production
ซึ่งแนวทางนี้ช่วยให้องค์กร ปรับระบบได้คล่องตัว แต่ยังคงมาตรฐาน ความปลอดภัย และความเสถียรของระบบ SAP
หรือสำหรับองค์กรที่ต้องการนำการปรับแต่งไปใช้งานจริงในหลายระบบ RTA ก็สามารถทำงานร่วมกับแนวคิดของ Key User Extensibility ได้ โดยกระบวนการหลักคือการสร้าง App Variant กำหนด Intent และ Target Mapping จากนั้นจึงปรับแต่งหน้าจอและ Publish การเปลี่ยนแปลง

โดย Launchpad คือศูนย์กลางที่ผู้ใช้เข้าถึงทุกแอปในระบบ ทั้งแอปมาตรฐานจาก SAP และแอปที่องค์กรพัฒนาเอง ซึ่ง Plug-ins ที่เพิ่มขึ้นจะช่วยให้ Launchpad ไม่ใช่แค่หน้าเปิดแอป แต่เป็นพื้นที่ที่ออกแบบประสบการณ์การใช้งานได้อย่างแท้จริง
ตัวอย่างสิ่งที่ Plug-ins ช่วยเพิ่มให้ Launchpad :
- ปุ่มลัดในส่วนหัว (Shell Header)
- Tile แบบ Dynamic ที่แสดงข้อมูลเรียลไทม์
- เมนูเสริมใน Options Bar
- Footer สำหรับแสดงสถานะหรือ Action สำคัญ
- User Settings สำหรับตั้งค่าภาษา รูปแบบวันที่ หรือ Theme
สิ่งเหล่านี้ช่วยให้ผู้ใช้ เข้าถึงข้อมูลและฟังก์ชันที่จำเป็นได้เร็วขึ้น โดยไม่ต้องเปลี่ยนโครงสร้างระบบหลัก
ทำไม RTA และ Plug-ins ถึงสำคัญกับองค์กรที่กำลังเปลี่ยนผ่าน
SAP Fiori ไม่ได้เป็นเพียง “หน้าตา” ของระบบ SAP แต่เป็นพื้นที่ในการออกแบบประสบการณ์การทำงานให้เหมาะกับแต่ละบทบาท
- RTA ช่วยให้ Key User ปรับหน้าจอได้เองแบบเรียลไทม์
- ลดการพึ่งพาการพัฒนาโค้ด
- รองรับการใช้งานร่วมกันผ่านการ Publish
- Plug-ins ช่วยยกระดับ Launchpad ให้ตอบโจทย์การทำงานจริง
สำหรับองค์กรที่กำลังย้ายจาก On-Premise หรือเริ่มต้นใช้งาน SAP ในยุค Cloud การปรับหน้าจอให้ “เข้าใจผู้ใช้” คือหนึ่งในกุญแจสำคัญ ที่ทำให้การเปลี่ยนผ่านเป็นไปอย่างราบรื่นและยั่งยืน
อยากรู้ว่า SAP Fiori Application มีความพิเศษอย่างไร ติดตามต่อได้ที่
- ทำไม SAP Fiori Floorplans จึงเป็นกุญแจสู่ UX/UI ที่เป็นมาตรฐานและรวดเร็ว?
- แนวทางปรับ SAP Fiori App สำหรับคนที่กำลังย้ายจาก On-Premise สู่ SAP Cloud แบบไม่ต้องแก้โค้ด
สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
Email : [email protected]
LINE : @netizen

