เมื่อพูดถึงการพัฒนาระบบบน SAP หนึ่งในภาษาที่นักพัฒนา SAP คุ้นเคยมากที่สุดคือ ABAP (Advanced Business Application Programming) ซึ่งอยู่เบื้องหลังการทำงานสำคัญของระบบธุรกิจจำนวนมากมานานหลายสิบปี
แต่เมื่อ SAP กำลังก้าวเข้าสู่ยุค Cloud อย่างเต็มรูปแบบ ABAP เองก็ต้อง “เปลี่ยนบทบาท” เช่นกัน และนี่คือที่มาของคำว่า ABAP Cloud
บทความนี้ เนทติเซนท์ จะช่วยคุณทำความเข้าใจและอธิบายว่า ABAP Classic มีความแตกต่างจาก ABAP Cloud อย่างไร และทำไมการเปลี่ยนครั้งนี้จึงสำคัญต่อทั้งนักพัฒนาและองค์กร
ABAP คืออะไร? (สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มรู้จัก SAP)
ABAP คือภาษาหลักที่ใช้พัฒนาโปรแกรมบนระบบ SAP โดยงานพัฒนาส่วนใหญ่จะอยู่ในกรอบที่เรียกว่า RICEF ได้แก่
- R – Report : การสร้างรายงานจากข้อมูลในระบบ
- I – Interface : การเชื่อมต่อ รับ–ส่งข้อมูลระหว่าง SAP กับระบบอื่น
- C – Conversion : การย้ายข้อมูลจากระบบเดิมเข้าสู่ SAP
- E – Enhancement : การขยายความสามารถของระบบ SAP ให้เหมาะกับธุรกิจ
- F – Forms : การสร้างเอกสาร เช่น ใบสั่งซื้อ ใบแจ้งหนี้
ซึ่งที่ผ่านมา งานเหล่านี้ถูกพัฒนาด้วยแนวคิดแบบ ABAP Classic เป็นหลัก
ABAP Classic คืออะไร และมีข้อจำกัดอย่างไร?
ABAP Classic คือรูปแบบการพัฒนาที่ใช้มาอย่างยาวนาน เหมาะกับระบบ SAP On-Premise และ SAP Private Cloud โดยจุดแข็งของ ABAP Classic คือ “มีความอิสระสูง” นักพัฒนาสามารถเข้าถึงตารางข้อมูลมาตรฐานได้โดยตรง และเขียนโค้ดได้แทบทุกแบบ
แต่เมื่อระบบเติบโตและ Custom มากขึ้น ข้อจำกัดก็เริ่มชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อองค์กรต้องการย้ายสู่ Cloud ..
จุดเด่นของ ABAP Classic
- เข้าถึงทุก Table ได้โดยตรง (เช่น MARA, VBAK)
- ปรับแต่งระบบได้อิสระ
- ใช้งานผ่าน SAP GUI และ Transaction อย่าง SE38
ปัญหาที่มักจะตามมา
- Custom เยอะ ทำให้อัปเกรดระบบได้ยาก
- ย้ายขึ้น Cloud ได้ยาก เพราะพึ่งพา Standard มากเกินไป
- ไม่สอดคล้องกับแนวคิด Clean Core Concept
ABAP Cloud คืออะไร และตอบโจทย์อะไรในยุคใหม่?
ABAP Cloud คือแนวคิดการพัฒนาแบบใหม่ที่ SAP ออกแบบมาเพื่อรองรับ Cloud โดยตรง ใช้ได้กับทั้ง
- SAP On-Premise
- SAP Private Cloud
- SAP Public Cloud
- SAP BTP ABAP Environment
ซึ่งหัวใจของ ABAP Cloud คือ “พัฒนาโดยไม่แตะต้อง Core ของระบบ” โดยมีองค์ประกอบหลักของ ABAP Cloud ได้แก่
- CDS (Core Data Services) : ออกแบบ Data Model และ Business Logic
- RAP (RESTful Application Programming Model) : พัฒนาแอปในรูปแบบบริการ (API-First)
- ADT (ABAP Development Tools) : เขียนโค้ดผ่าน Eclipse
- Released API / Extension Point : ใช้เฉพาะสิ่งที่ SAP รับรอง
ความแตกต่างสำคัญระหว่าง ABAP Classic และ ABAP Cloud

จุดเด่นของ ABAP Cloud
- ใช้เฉพาะ API และ CDS Views ที่ SAP ปล่อยอย่างเป็นทางการ
- รองรับ CI/CD และแนวคิด DevOps
- พัฒนาแอปบน Cloud ได้อย่างปลอดภัย
- ใช้ Eclipse (ADT) แทน SAP GUI
สำหรับสิ่งที่ “เปลี่ยนไป” สำหรับนักพัฒนา คือ
- ไม่สามารถทำการเขียนโค้ดแบบเดิมได้ เช่น SELECT * FROM MARA เป็นการใช้ I_Material แทน
- ไม่อนุญาตให้ใช้คำสั่งหรือ BAPI ที่ไม่ได้ Released
- ต้องเปลี่ยนวิธีคิดจาก “เขียนอะไรก็ได้” เป็น “เขียนให้ระบบอยู่รอดในระยะยาว”
ทำไมองค์กรที่กำลังย้ายขึ้น Cloud ควรเริ่มสนใจ ABAP Cloud ตอนนี้?
การเปลี่ยนจาก ABAP Classic สู่ ABAP Cloud ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนเทคโนโลยี แต่คือการเปลี่ยนวิธีคิดในการพัฒนาระบบ SAP
หากองค์กรของคุณกำลังวางแผนใช้ SAP S/4HANA Cloud หรือ RISE with SAP นี่คือช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดในการเริ่มทำความเข้าใจ ABAP Cloud เพื่อให้ระบบ SAP ของคุณ ไม่ติดกับดัก Custom ด้วยระบบที่พร้อมอัปเกรด และเติบโตไปกับ Cloud ได้อย่างยั่งยืน
ABAP SAP Cloud มีความน่าสนใจอย่างไร อ่านต่อเพิ่มเติมได้ที่
- สร้างแอปบน SAP Cloud ได้ง่าย ด้วย ABAP RESTful
- ทำไม Table Generator ถึงสำคัญกับการเริ่มต้น SAP Cloud
- Authorization ใน SAP S/4HANA Public Cloud จากมุมมอง Developer ออกแบบสิทธิ์อย่างไรให้ปลอดภัย โดยไม่ต้องเขียนโค้ดซับซ้อน
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
Email : [email protected]
LINE : @netizen

