Smart Tech Solutions for Sustainable Enterprise Transformation

Partner with Us for Expert Guidance in Transforming Your
Organization into a Business Technology Leader.

AI ผู้ช่วยในองค์กรจาก SAP Joule ที่ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลและสนับสนุนการตัดสินใจทางธุรกิจ

สิ่งที่ทำให้ AI ช่วยองค์กรได้จริง ไม่ใช่แค่เทคโนโลยี แต่คือ ‘ความเข้าใจในธุรกิจ’

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หลายองค์กรเริ่มนำ AI เข้ามาใช้เพื่อช่วยลดภาระงาน บางองค์กรเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน ประสิทธิภาพการทำงานงานเร็วขึ้น การตัดสินใจแม่นยำขึ้น แต่บางองค์กรก็กลับรู้สึกว่า “AI ช่วยได้แค่บางส่วน” หรือ “ยังไม่ตอบโจทย์ธุรกิจจริง” 

คำถามคือ .. แล้วอะไรคือจุดต่างระหว่าง “AI ที่ช่วยได้จริง” กับ “AI ที่เป็นแค่เทคโนโลยี”? 

และคำตอบนั้นก็คือ .. ความเข้าใจในธุรกิจ (Business Understanding) 

AI ที่ทรงพลังที่สุดไม่ใช่ AI ที่ตอบคำถามได้เร็วที่สุด แต่คือ AI ที่ “เข้าใจบริบทขององค์กร” และ “ลงมือทำได้ในกระบวนการจริง” 

ในเดิมที ระบบ ERP (Enterprise Resource Planning) มีหน้าที่การทำงานในการเป็น “ศูนย์กลางข้อมูลธุรกิจ” แต่เมื่อโลกธุรกิจขยับเข้าสู่ยุคของข้อมูลและความเร็ว องค์กรเริ่มมีความต้องการระบบที่ “ไม่เพียงเก็บข้อมูล” แต่ต้อง “เข้าใจข้อมูล” และ “แนะนำการตัดสินใจได้จริง” 

ซึ่งแนวคิดนี้เองจึงทำให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่จาก SAP คือการพัฒนา AI Agents ที่มาพร้อมแนวคิด Reason-to-Action ซึ่งเป็นแนวคิดที่ เปลี่ยนจาก AI ที่ “ให้เหตุผล” ไปสู่ AI ที่ “ลงมือทำ 

เนทติเซนท์ อยากชวนให้ทุกคนลองนึกไปภาพตาม .. 

เริ่มต้นจาก “ผู้จัดการฝ่ายขาย” ที่มีการถามกับระบบว่า “ทำไมยอดขายเดือนนี้ถึงลดลง?”

โดยปกติ AI ทั่วไปอาจทำการโชว์รายงานยอดขายย้อนหลัง แต่ AI ที่เข้าใจธุรกิจจริงอย่าง SAP Joule Agents จะสามารถวิเคราะห์ให้เลยว่า “สาเหตุที่ทำให้ยอดขายลดลง เพราะเป็นผลมาจากลูกค้ารายหลักซื้อน้อยลงหลังโปรโมชั่นหมดอายุ” 

ซึ่งเมื่อได้รับข้อมูลแล้ว หลังจากนั้น Joule AI จะ ทำการเชื่อมโยงข้อมูลกับทีมการตลาด และฝ่ายขาย เพื่อเสนอแนวทางแก้ไข เช่น สร้างโปรโมชั่นใหม่ให้ลูกค้ากลุ่มนี้ หรือ แจ้งทีมขายให้ติดต่อกับลูกค้าโดยตรง เป็นต้น 

และต่อมา เมื่อข้อเสนอได้รับการอนุมัติแล้ว ระบบจะสามารถดำเนินการตามที่แผนที่ได้รับการอนุมัติต่อไป 

ซึ่งทั้งหมดนี้ก็คือ ตัวอย่างการเปลี่ยนจากกาก “AI ที่ให้ข้อมูล” สู่ “AI ที่ช่วยขับเคลื่อนธุรกิจจริง” 

ภาพรวมของการทำงาน Joule AI บนระบบ SAP  

การทำงานของ Joule AI บน SAP ถูกออกแบบให้เป็น “ผู้ช่วยที่เข้าใจทุกมุมขององค์กร” ผ่านโครงสร้างหลัก 4 ส่วน ที่ทำงานเชื่อมต่อกันอย่างต่อเนื่อง คือ

  • Joule (Main Assistant) 

ส่วนติดต่อหลัก หรือ จุดศูนย์กลางข้อมูล ระหว่างผู้ใช้งาน กับ AI ที่อยู่บนแอปของ SAP ทำหน้าที่เป็น “จุดควบคุม” หรือ Orchestrator ที่สามารถเข้าถึงข้อมูลและประสานการทำงานของ AI Agents บนระบบทุกส่วนขององค์กร

  • Joule Skills  

ชุดคำสั่งการทำงานบน Joule ความสามารถเฉพาะของ Joule AI สำหรับการทำงานที่เป็น Task ย่อย หรือ Task งานที่เป็นการทำงานในลักษณะเดิมซ้ำๆ ให้สามารถดำเนินการได้แบบอัตโนมัติ เช่น การดึงข้อมูล การสร้างรายงาน หรืออัปเดทเอกสารในระบบ อีกทั้ง ยังสามารถเชื่อมต่อข้อมูลได้ทั้งบนระบบ SAP และ Non-SAP

  • Joule Agents  

ผู้ช่วย AI ที่มีความสามารถในด้านการคิดวิเคราะห์ และดำเนินงานที่มีกระบวนการการทำงานในหลายขั้นตอนได้อย่างอัตโนมัติ เช่น การช่วยในการวิเคราะห์ปัญหาธุรกิจ และเสนอแผนการแก้ไข พร้อมรออนุมัติจากผู้ใช้ในจุดการตัดสินใจที่สำคัญ 

  • Joule Studio  

พื้นที่ Low-Cost สำหรับการสร้างหรือปรับแต่ง Joule Agents และ Skills ให้เหมาะสมกับความต้องการของแต่ละองค์กร โดยสามารถทำการเชื่อมต่อกับ Workflow หรือ ระบบ RPA ต่างๆ ได้อย่างยืดหยุ่น 

โดยเบื้องหลังของระบบนี้ SAP ยังได้มีการออกแบบให้ AI สามารถทำงานร่วมกับระบบ ERP ได้อย่างราบรื่น โดยมี “Joule” เป็นตัวกลางของการสื่อสารและประสานงานระหว่าง ผู้ใช้ แอปพลิเคชั่น และ AI Agents (ตามภาพข้างต้น)

และสำหรับ AI ภายใน Joule สามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ 

  • Content-Based Agent ที่เน้นในเรื่องของการจัดการ การวิเคราะห์ข้อมูล และสามารถตอบสนองข้อมูลจากระบบได้อย่างรวดเร็ว
  • Code-Based Agents ส่วนของเฟรมเวิร์กขั้นสูง Autogen และ Langagraph สำหรับการสร้าง AI เฉพาะด้านของธุรกิจ มาพร้อมกับ Agent SDK สำหรับให้องค์กรสามารถเชื่อมต่อ API ได้เอง

ซึ่งทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้ Agent Service ซึ่งทำหน้าที่ดูแลเรื่องความปลอดภัย เสถียรภาพ และการตรวจสอบความถูกต้องของผลลัพธ์ เพื่อให้องค์กรมั่นใจได้ว่า AI ทุกตัว “ทำงานได้จริง ปลอดภัย และอธิบายได้”

จากเทคโนโลยี สู่ การเปลี่ยนวิธีคิดขององค์กร 

สิ่งสำคัญที่ทำให้ AI อย่าง SAP Joule Agents มีความแตกต่างจาก AI อื่น ไม่ใช่เพียงการใช้เทคโนโลยีขั้นสูง หรือระบบอัตโนมัติที่รวดเร็วกว่า แต่คือ “แนวคิดใหม่ของการใช้ AI ในองค์กร” 

AI ไม่ได้ถูกสร้างมาแทนคน แต่ถูกออกแบบมาเพื่อ คิดร่วมกับคน และช่วยให้คนตัดสินใจดีขึ้น 

เมื่อ AI เข้าใจบริบทธุรกิจ การทำงานทุกขั้นตอน จากข้อมูลสู่เหตุผล จากเหตุผลสู่การลงมือทำ ทุกอย่างจะเชื่อมต่อกันอย่างเป็นระบบ และนี่คือจุดเริ่มต้นของ Intelligent Enterprise หรือ “องค์กรอัจฉริยะ” ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลจริง 

และเทคโนโลยีอย่าง Joule AI ที่อยู่ภายในระบบ SAP S/4HANA Cloud ก็คือจุดเริ่มต้นของ ERP ยุคใหม่ที่ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงจัดการข้อมูลอีกต่อไป แต่กลายเป็น “ผู้ช่วยที่เข้าใจธุรกิจ” ซึ่งสามารถวิเคราะห์ คาดการณ์ และช่วยตัดสินใจได้ในทุกมิติขององค์กร 

และสำหรับ เนทติเซนท์ เรามองว่า การนำเทคโนโลยีที่มีการนำเข้ามาในองค์กร ไม่ได้หมายถึงการเปลี่ยนระบบเท่านั้น แต่คือการ เปลี่ยนวิธีคิด” ของทั้งองค์กรให้เข้าใจข้อมูลในมุมเดียวกัน มองเห็นเป้าหมายเดียวกัน และเดินหน้าไปในทิศทางเดียวกันอย่างมีประสิทธิภาพ 

อยากเข้าใจว่า AI ทำงานอย่างไรในระบบ SAP และจะช่วยธุรกิจไทยได้แค่ไหน? ติดตามเรื่องของ AI บน SAP ต่อได้ที่  

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม  

Email : [email protected]   

LINE : @netizen