ถ้าพูดถึงธุรกิจในปัจจุบันที่มีการแข่งขันกันมาก หากต้องการให้ธุรกิจอยู่รอด องค์กรอาจต้องทำการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้ก็ได้รวมถึงระบบ IT ในองค์กรด้วย เช่น เมื่อต้องการเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ทางธุรกิจอาจทำให้กระบวนการทำงานต้องเปลี่ยนแปลงไปด้วย และกระบวนการทำงานนั้นก็ต้องทำงานบนระบบ IT ดังนั้นถ้าระบบ IT ไม่มีความยืดหยุ่น อาจทำให้องค์กรนั้นต้องเสียทั้งงบประมาณและเวลาในการปรับเปลี่ยนเพื่อให้สามารถรองรับกลยุทธ์ทางธุรกิจและกระบวนการทำงานแบบใหม่นั้นด้วย
ย้อนเข้ามาในองค์กรที่ใช้ผลิตภัณฑ์ของ SAP เพื่อใช้บริหารจัดการองค์กร ซึ่ง SAP เองก็ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในปัญหานี้เหมือนกัน จึงได้ออก SAP NetWeaver มาในปี 2002 แล้ว SAP NetWeaver คืออะไร? เรามาทำความรู้จักกันก่อน...
SAP NetWeaver คือ Platform ที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้สามารถรวมผลิตภัณฑ์ SAP (ที่มีมากมายหลายชนิด) เข้าด้วยกัน ให้สามารถทำงานร่วมกันได้ สามารถสร้าง Application ใหม่บน Application เดิมที่มีอยู่ได้ ส่วนใหญ่เค้ามักเปรียบ SAP NetWeaver เหมือนกับวงดนตรีขนาดใหญ่ เป็นวงดนตรีเทคโนโลยีที่มีโปรแกรมและเครื่องมือ (Toolkits) ต่างๆ มากมาย โดยแต่ละอันก็จะมีหน้าที่ของตัวเอง ที่สามารถนำมาประกอบรวมกันเพื่อให้สามารถทำงานบางอย่างที่ต้องการได้
เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้น เรามาดูหน้าตาของ SAP NetWeaver กันดีกว่า...
![]() |
ภาพนี้ชี้ให้เห็นถึงความสามารถของ SAP NetWeaver ว่ามีอะไรบ้าง โดยความสามารถหลักๆ ของ SAP NetWeaver คือ การรวมคน (People Integration), สารสนเทศ (Information Integration) และกระบวนการทำงาน (Process Integration) เป็นต้น อธิบายแต่ละหน้าที่ได้ดังนี้ |
| รูปที่ 1 ความสามารถของ SAP NetWeaver |
การใช้เทคโนโลยีที่ช่วยจัดสรรงานและหน้าที่ให้กับคนๆ นั้นได้อย่างถูกต้องจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานมากขึ้น รวมถึงการทำให้ User Interface ของระบบต่างๆ เป็นไปในแนวทางเดียวกัน เพื่อลดเวลาในการเรียนรู้วิธีการใช้งาน ในความสามารถนี้จะประกอบไปด้วยโครงสร้างพื้นฐานที่เหมาะสม เช่น Portal, Collaboration และ Multi Channel access (เช่น Zero-footprint Web access, online and offline mobile access, voice access)
Information Integration หมายถึง การนำ Information ทั้งหมดที่อยู่ในที่ต่างๆ กันมารวมกัน เป็นการรวมข้อมูลเรื่องเดียวกันไว้ในแหล่งเดียวกัน เพื่อลดข้อผิดพลาดในเรื่องที่ไม่ตรงกัน (เช่น ถ้าเก็บข้อมูลลูกค้าไว้หลายๆ ที่ มีความเป็นไปได้สูงว่า ที่อยู่ของลูกค้าจะไม่ตรงกัน เนื่องจากอัพเดทไม่ครบหรือใส่ข้อมูลผิดพลาด) และเพื่อให้รูปแบบของข้อมูลตรงกันทั้งหมด เพื่อให้ Application สามารถสื่อสารกันได้ง่ายขึ้นและลดข้อผิดพลาด (เช่น ข้อมูลเรื่องเพศของพนักงาน จะเก็บเป็น 0/1, F/M, ช/ญ, ชาย/หญิง ก็กำหนดให้เหมือนๆกัน) แล้วนำเอาข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกันมาสรุปเพื่อให้เกิดประโยชน์ในการบริหาร เทคโนโลยีที่ใช้ก็คือ Business Intelligence, Master Data Management และ Knowledge Management
Process Integration คือ การนำเอาการทำงานในแต่ละแผนกมารวมกัน เป็นการสนับสนุนการทำงานร่วมกันระหว่างหลายๆ ระบบ (Process Automation) และกระบวนการทำงานที่มีคนเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย รวมถึง Platform ในการสื่อสารระหว่างระบบ ซึ่งเป็นการทำให้สามารถ run process ข้ามผ่านระบบที่ต่างกันได้โดยง่าย (ใช้เทคโนโลยี Routing และ Transformation) เพื่อส่งไปยัง Business Process Management
Application Platform สามารถเลือกใช้ J2EE และ ABAP ในการพัฒนา และสามารถเลือกใช้ Database และ Operating system ได้
Composite Application Framework (CAF) เป็นเครื่องมือที่ใช้สร้าง Application ใหม่โดยการรวมเอาชิ้นส่วน Application ที่มีอยู่เดิมไปใช้ในงานใหม่ทั้งหมด
Life Cycle Management เป็น Utility ที่ช่วยให้ง่ายต่อการติดตั้ง การรัน และการอัพเกรดซอฟต์แวร์ รวมถึงการ Fixing bug และช่วยในการพัฒนาระบบ โดยมีฟังก์ชั่นที่สนับสนุนการพัฒนาระบบร่วมกันเป็นทีม และฟังก์ชั่นที่ช่วยในการ track version ของระบบ
ในส่วนที่เชื่อมต่อออกมาด้านนอก หมายถึง SAP NetWeaver สามารถใช้งานได้กับเทคโนโลยีอื่นๆ ได้แก่ Microsoft .NET, IBM WebSphere และ Sun Java EE และยังใช้งานได้กับ Web Service มาตรฐานต่างๆ ได้แก่ XML, SOAP, WSDL และ UDDI
บทความที่เกี่ยวข้อง : SAP กับหนทางสู่ความสำเร็จ , BPM คืออะไร?
ที่มา : http://www.sap.com