Search

Who's Online

We have 4 guests online

Six Thinking Hats ตอนที่ 4

PDF
Print
E-mail
Monday, 07 September 2009 13:28

ตอนนี้เรามาถึงครึ่งทางแล้วครับ เพื่อไม่ให้ยืดเยื้อขอต่อด้วยหมวกใบที่ 3 คือหมวกสีดำครับ

หมวกสีดำ เป็นการมองในแง่ลบ การมองหาข้อเสีย ช่องโหว่ ความ เสี่ยง มองหาข้อผิดพลาดในการคิด มองหาจุดอ่อนของข้อเท็จจริงที่นำมาสนับสนุน อันนี้ง่ายครับ เพราะมันเป็นสัญชาตญาณของมนุษย์ทุกคนที่จะหลีกเลี่ยงภัยอันตรายอยู่แล้วล่ะครับ โดยการคิดเปรียบเทียบกับประสบการณ์ในอดีตว่ามีอะไรแตกต่างหรือแปลกแยกออกไป หรือขัดแย้งกับกฏเกณฑ์ที่มีอยู่หรือเปล่า ถ้าผิดสังเกตุอะไรละก็ ทักท้วงขึ้นมาได้เลย แต่ก็อย่าลืมหาเหตุผลมาประกอบการมองในแง่ลบด้วยนะครับ ไม่อย่างนั้นมันจะกลายเป็นการใช้หมวกสีแดงไป Find

ขอรวบรัดตัดตอนต่อด้วยหมวกสีเหลืองเลยนะครับ หมวกสีเหลืองเนี่ยเกี่ยวข้องกับการคิดสามด้านด้วยกัน ด้านที่หนึ่งคือการมองในแง่บวก การมองหาข้อดีของไอเดียต่างๆ ด้านที่สองคือคิดหาแนวทางหรือคำแนะนำโดยการดึงเอาไอเดียต่างๆที่มีอยู่รอบตัวมาประยุกต์ใช้ อันนี้ไม่จำเป็นต้องเป็นไอเดียแปลกๆใหม่ๆก็ได้นะครับ อะไรที่เคยมีอยู่ก่อนแล้วก็ได้ แต่ดึงมาประยุกต์ใช้เพื่อแก้ปัญหาให้ได้ก็พอ และด้านสุดท้ายก็คือการปรับปรุงแก้ไขแนวทางที่มีผู้เสนอให้ดียิ่งๆขึ้น

ทั้งนี้ การใช้หมวกสีเหลืองก็เหมือนกับหมวกสีดำนะครับ คือพยายามหาเหตุผลมาประกอบให้มากที่สุด แต่ก็ไม่ได้จำกัดนะครับ ถ้าไม่สามารถหาเหตุผลมาอธิบายได้ก็เอาไว้ก่อนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องบังคับให้หาเหตุผลมาประกอบในขณะนั้น เพราะไม่งั้นแล้ว เราจะได้แค่มุมมองเฉพาะที่อธิบายได้เท่านั้น (สุดท้ายถ้ามันหาเหตุผลไม่ได้จริงๆเนี่ย ก็แค่ย้ายเอาความเห็นนั้นไปไว้ภายใต้หมวกสีแดงก็จบ)

ประเด็นนึงที่อาจจะทำให้สับสนได้ง่ายสำหรับหมวกใบถัดไปคือ หมวกสีเขียวจะดูใกล้เคียงกับหมวกสีเหลืองมาก ใบนึงเป็นการคิดในแง่บวก(ซึ่งรวมถึงการคิดหาแนวทางหรือข้อเสนอด้วย) อีกใบนึงคือการคิดสร้างสรรค์ แต่จริงๆแล้วมันก็มีความต่างอยู่นะครับ(แต่มีประโยชน์ที่จะแยกแยะความแตกต่างนั้นรึเปล่าก็อีกเรื่องนึงนะ) คือหมวกสีเหลืองจะแตกต่างจากหมวกสีเขียวตรงที่ว่า หมวกสีเหลืองอาจจะไม่จำเป็นต้องคิดสิ่งใหม่ๆ แต่แค่นำเอาสิ่งที่มีอยู่แล้วมายำๆๆออกมาเป็นไอเดีย เป็นแนวทาง เป็นวิธีแก้ไขปัญหาก็ใช้ได้ แต่หมวกสีเขียวคือการคิดค้นสิ่งใหม่ๆที่ไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งอาจจะเป็นเรื่องดีหรือเรื่องไม่ดีก็ได้ 

ข้อควรระวังข้อนึงคือ ในการประเมินแนวทางหรือไอเดียอะไรซักอย่าง ควรใช้หมวกสีเหลืองก่อนหมวกสีดำนะครับ ทั้งนี้ก็เพื่อให้เราพยายามมองหาข้อดีให้ได้มากที่สุดก่อน จากนั้นค่อยใช้หมวกสีดำหาจุดอ่อนหรือช่องโหว่เพื่อปรับปรุงต่อไป (ขืนใช้หมวกสีดำก่อน จะเสียกำลังใจในการมองหาข้อดีได้ง่ายๆ)

New Idea

ขอขยายความหมวกสีเขียวให้ชัดเจนอีกครั้งครับ หมวกสีเขียวเป็นหมวกแห่งความคิดสร้างสรรค์ การคิดค้นสิ่งใหม่ๆ ฉีกแนวออกจากแบบแผนเดิมๆ เป็นการมองหาทางเลือกใหม่ๆ ไอเดียใหม่ๆ คอนเซปต์ใหม่ๆ มุมมองใหม่ๆ เราจะเน้นที่ movement คือการเคลื่อนที่จากไอเดียหนึ่งไปไอเดียต่อไป แต่จะไม่เน้นที่ judgement คือการตัดสินว่าไอเดียนี้ดีหรือไม่ดี งี่เง่าหรืออัจฉริยะ เพราะบางครั้งไอเดียที่ดูไม่เข้าท่าในตอนแรกอาจจะจุดประกายให้เกิดไอเดียที่ดีกว่าก็เป็นไปได้

ดังนั้น หมวกสีเขียวสามารถใช้เพื่อป้องกันไอเดียใหม่ๆให้รอดพ้นจากการโจมตีของหมวกสีดำหรือคำวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆนานาของผู้หวังดีแต่ประสงค์ร้ายได้ครับ (เพราะฉะนั้น เหตุการณ์ที่ไอเดียถูกฆ่าทิ้งตั้งแต่ประโยคแรกอาจจะไม่เกิดขึ้นก็ได้ถ้าตอนนั้นเรามีหมวกสีเขียวอยู่)

หมวกสีเขียวนี่ เกี่ยวเนื่องกับ
Lateral Thinking ซึ่งเป็นวิธีในการดึงความคิดสร้างสรรค์ออกมา วิธีที่จะให้ได้ไอเดียใหม่ๆก็เช่น ลองคิดอะไรที่มันกลับกันกับสภาพที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน แล้วดูว่าจะเกิดอะไรตามมาได้บ้าง เช่น ถ้าทุกคนเป็นตำรวจ ถ้าแฮมเบอร์เกอร์เป็นสี่เหลี่ยม ถ้าคนช้อปปิ้งแล้วได้ตังค์ (อันนี้ไม่ใหม่แล้วมั้ง) ถ้าอีกวิธีนึงคือลองเอาคอนเซ็ปต์อะไรซักอย่างที่ไม่เกี่ยวกันเลยมาเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดไอเดียใหม่ๆขึ้นมา เช่น เอาบุหรี่+กบ เอาทีวี+ชีส อยากรู้มั้ยครับว่าได้อะไรออกมา ลองอ่านในหนังสือเอานะครับ พิสดารมาก

คำเตือนนึงคือ บางครั้งเราหยุดเร็วเกินไปเมื่อเจอคำตอบแล้ว หยุดการมองหาทางเลือกอื่นๆที่ดีกว่า หยุดการคิดเมื่อทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่นโดยไม่มีปัญหา ซึ่งอันนี้จะทำให้เสียโอกาสในการค้นพบอะไรใหม่ๆที่ดีกว่าก็ได้ ในหนังสือเรียกการหยุดเพื่อมองหาทางเลือกใหม่ๆนี้ว่า creative pause (ฟังดูเท่มั้ยครับ)

สำหรับผู้ที่ออกจะท้อแท้สิ้นหวังว่าตัวเรานี้ช่างดูไร้ความคิดสร้างสรรค์ ไร้ความสามารถที่จะคิดค้นอะไรใหม่ๆได้เสียนี่กระไร อย่าพึ่งสิ้นหวังครับ หนังสือว่าไว้ว่าอันความคิดสร้างสรรค์นี่ไม่ใช่แค่พรสวรรค์นะครับ แต่จริงๆแล้วมันเป็นทักษะที่สามารถฝึกกันได้ครับ เขาเปรียบเหมือนที่คนเราแม้จะไม่มีพรสวรรค์มากพอที่จะไปแข่งวิมเบิลดัน(เขียนงี้รึเปล่า)ได้ทุกคน แต่ก็สามารถฝึกเล่นเทนนิสจนเก่งได้ในระดับนึงแหละครับ

สุดท้ายเนี่ย ก็พึงสนับสนุนให้ไอเดียใหม่ๆที่เกิดขึ้นจากหมวกสีเขียวควรได้รับการสานต่อให้เติบโตต่อไป ไม่ใช่ออกจากที่ประชุมแล้วก็เลิกแล้วต่อกัน ถึงกับจะให้มีตำแหน่ง concept manager เลยนะนั่น 

จนถึงตอนนี้ผ่านไปแล้ว 5 ใบยังเหลือหมวกอีก
1 ใบ จะเป็นหมวกสีอะไรและใช้อย่างไรนั้นอย่าลืมติดตามกันในตอนหน้าซึ่งเป็นตอนสุดท้ายแล้วนะครับ


ที่มา: SIX THINKING HATS/หมวก 6 ใบ คิด 6 แบบ ของ เอ็ดเวิร์ด เดอ โบโน